วิกฤตินักนิเทศศาสตร์

posted on 24 Jun 2009 21:27 by thatree  in Special

    วิกฤตินักนิเทศศาสตร์ในยุคเศรษฐกิจซบเซา


    เมื่อราวกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โปรแกรมนิเทศศาสตร์วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กศ.ปช.รุ่น ๙ ได้จัดโครงการสัมมนาขึ้นในหัวข้อ วิกฤติค่าตอบแทนนักนิเทศศาสตร์ในยุคเศรษฐกิจซบเซา โดยมี ร.อ.สุขสันต์ นือขุนทด เป็นประธานโครงการ และ อ.สุเกษม อิงคนินันท์ รองคณบดีฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา คณะวิทยาการจัดการ เป็นที่ปรึกษา

 


 

    กระผมได้รับเกียรติเข้าร่วมสัมมนาในฐานะวิทยากรร่วมกับวิทยากรอีกสองท่านคือ คุณ อภิรักษ์ ปราโสรักษ์ บรรณาธิการและเจ้าของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น โฟกัสโคราช และ คุณ เกียรติศักดิ์ สู่สุข โปรดิวเซอร์และเจ้าของบริษัท ให้คุณ โปรดัคชั่น บรรยากาศการสัมมนาเต็มไปด้วยความอบอุ่นเป็นกันเอง เพราะทั้งวิทยากรและผู้ร่วมรับฟังก็ล้วนเป็นศิษย์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาทั้งสิ้น(ผมเป็นศิษย์เก่านิเทศศาสตร์ภาคปกติรุ่น ๗) ประโยชน์จากประสบการณ์จริงมากมายถูกนำเสนออย่างมีสาระ  จึงเห็นสมควรนำใจความสำคัญที่ได้จากงานสัมมนาในครั้งนั้นมาถ่ายทอด


     สภาวะเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อนักนิเทศศาสตร์ในปัจจุบัน

     ทุกท่านคงทราบดีว่าในยุคเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพงเช่นทุกวันนี้ ไม่ใช่แค่งานแขนงนิเทศศาสตร์เท่านั้นที่ถูกผลกระทบ ทุกสายงานในกลไกธุรกิจต่างมีสภาพดุจโดมิโน เมื่องานหลักของนักนิเทศศาสตร์คือเรื่องของการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร และบันเทิงคดี สื่อมวลชนจึงถูกให้ความสำคัญเป็นอันดับรองจากสายงานที่เกี่ยวพันกับความอยู่รอดขององค์กรธุรกิจ ปัจจุบันนักนิเทศศาสตร์ต้องเผชิญกับภาวะขาดงาน และการต่อรองราคาค่าตอบแทนอย่างหนักหน่วง สุดท้ายเมื่อต่างฝ่ายต่างดิ้นรนก็จะเกิดการแข่งขันที่เข้มข้น ตามมาด้วยปัญหาสำคัญที่พบเจอคือ การตัดราคากันเองของนักนิเทศศาสตร์ และการผลิตผลงานไม่ได้มาตรฐาน อันเนื่องมาจากการเน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ หรือขาดจรรยาบรรณบางประการ จึงอาจทำให้มาตรฐานของนักนิเทศศาสตร์ตกต่ำไปตามสภาวะเศรษฐกิจเช่นกัน


     หนทางแก้ปัญหา จำเป็นต้องเข้าใจปัญหาและมีคุณธรรม ในแง่ความจริงงานสื่อสารมวลชนย่อมไม่มีวันตาย นักนิเทศศาสตร์ที่ชาญฉลาดต้องมีการวางแผนรับมือล่วงหน้า และสามารถอธิบายให้ผู้ค้าเห็นความสำคัญของการประชาสัมพันธ์ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน การโอนอ่อนผ่อนตามและความยืดหยุ่นเป็นสิ่งพึงปฏิบัติ คุณภาพเป็นสิ่งมีค่าเหนือผลตอบแทนมาก เมื่องบจำกัดก็สมควรทุ่มเทสมองสร้างสรรค์ผลงานเต็มที่ ยุคเศรษฐกิจซบเซาจึงเป็นเครื่องมือชี้วัดความเป็นนักนิเทศศาสตร์อย่างแท้จริง


     การตั้งมาตรฐานในการคิดค่าตอบแทนนักนิเทศศาสตร์

     คุณ เกียรติศักดิ์ สู่สุข ได้อธิบายถึงการคิดค่าราคาตอบแทนของโปรดัคชั่นเฮาส์ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีหลายระดับและหลายราคา โดยรวมมีราคาที่สูงแตกต่างจากราคาค่าตอบแทนของนักนิเทศศาสตร์ในต่างจังหวัดมาก แต่ปัจจุบันเนื่องจากความซบเซาของภาวะเศรษฐกิจจึงต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ เพราะประสบปัญหาจากการแข่งขันอย่างสูง จึงต้องลดหย่อนราคาเพื่อช่วยเหลือผู้ว่าจ้าง คุณ อภิรักษ์ ปราโสรักษ์ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ในจังหวัดนครราชสีมาก็ไม่แตกต่างกัน แต่ผลกระทบอาจจะน้อยกว่าเมืองหลวง จึงพอสรุปได้ว่า การตั้งมาตรฐานในการคิดค่าตอบแทนนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยรอบด้านหลายหลาก งานนิเทศศาสตร์ระหว่างในเมืองหลวงและต่างจังหวัดก็มีข้อเด่นและข้อด้อยแตกต่างกัน การสร้างความเท่าเทียมในการคิดค่าตอบแทนแต่ละพื้นที่จึงมีความเป็นไปได้มากกว่า


     หนทางแก้ปัญหา มาตรฐานค่าตอบแทนของนักนิเทศศาสตร์ในแต่ละพื้นที่ไม่เท่าเทียม และผกผันไปตามสภาวะเศรษฐกิจ ในเมืองหลวงค่าตอบแทนสูงแต่ก็แลกกับการสูญเสียในอีกหลายสิ่ง วิทยากรไม่ได้ต้องการสนับสนุนให้นักนิเทศศาสตร์รุ่นใหม่ไปทำงานที่เมืองหลวงทั้งหมด แต่ให้พิจารณาถึงความจำเป็นและความต้องการส่วนตัว กระผมเป็นผู้มีประสบการณ์เคยทำงานในเมืองหลวงและจังหวัดนครราชสีมา มีความสุขกับการทำงานที่บ้านเกิดในจังหวัดนครราชสีมามาก ชื่นชอบสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ แต่ยอมรับว่าการทำงานที่เมืองหลวงก็เป็นการสร้างสมประสบการณ์ชีวิตเช่นกัน


     การสร้างเครือข่ายและการลดข้อขัดแย้งระหว่างเพื่อนร่วมสายงาน

     นักนิเทศศาสตร์สมควรจะมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีความจำเป็นอย่างมากที่นักนิเทศศาสตร์ต้องรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ลดปัญหาการขัดแย้งต่างๆ วิทยากรทั้งสามยืนยันว่านักนิเทศศาสตร์ไม่สามารถยืนหยัดเพียงลำพังได้ โดยเฉพาะในสภาพเศรษฐกิจซบเซาการรวมกลุ่มทำงานแบบกระจายรายได้ให้แก่กัน จะทำให้มิตรภาพความแน่นแฟ้นในเครือข่ายยืนยาว


     หนทางแก้ปัญหา นักนิเทศศาสตร์ต้องลดอัตตา เปิดใจให้กว้างเน้นการสร้างความสัมพันธ์ เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร แลกเปลี่ยนข้อมูลและข่าวสารแก่กัน เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆในเครือข่าย โดยเครือข่ายอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการหรือเป็นรูปธรรมก็ได้ หากเครือข่ายของนักนิเทศศาสตร์เข้มแข็งพอก็จะสามารถสร้างความเท่าเทียมในการคิดค่าตอบแทนตามหัวข้อที่กล่าวมา


     เกี่ยวกับความกังวลในปัญหาว่างงานของนักนิเทศศาสตร์รุ่นใหม่นั้น
วิทยากรเผยข้อเท็จจริงว่าหน่วยงานปัจจุบันยังเปิดโอกาสให้คนดีมีความสามารถเสมอ และสายงานแขนงนิเทศศาสตร์สามารถที่จะแตกแขนงได้หลากหลายรูปแบบ ขอเพียงมีวิสัยทัศน์ที่ดีพอ ไม่ปฏิบัติตามค่านิยมของสังคม สุดท้ายวิทยากรทั้งสามยังฝากคำแนะนำไปยังนักนิเทศศาสตร์รุ่นใหม่ด้วยว่า ให้หมั่นศึกษาหาความรู้ในด้านต่างๆเพิ่มเติม เพราะข้อมูลเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักนิเทศศาสตร์จริงๆ



Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เป็นงานเขียนที่พยายามมีสาระของผมครับ sad smile

#1 By ธาตรี on 2009-06-24 21:30

เคยอยู่ในวงการนี้ในช่วงสั้นๆครับ ยอมรับว่าเป็นวงการที่มีการแข่งขันกันสูงมาก แต่ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำนั้น คาดว่าน่าจะแข่งขันกันมากขึ้นไปอีก

ส่วนตัวเห็นว่าหนทางการแก้ปัญหาในแต่ละปัญหานั้นดีครับ แต่เชื่อว่านำมาปฏิบัติได้ยาก (แค่ลดอัตตาของคนวงการนี้ผมว่ามันยากมากๆครับ)

ความเห็นต่างครับ ชวนคิดและพูดคุยกัน

Hot! Hot! Hot! กับสาระที่มีครับ big smile

#2 By Seam - C on 2009-06-25 11:38

ขอบคุณครับ
ตามที่คุณ Seam-C ว่านั่นแหล่ะ มันรวมกันติดยากจริงๆ ตัวใครตัวมันเป็นส่วนมาก

(ชิ้นนี้เป็นบทความที่เขียนในวาระพิเศษครับ)

#3 By ธาตรี on 2009-06-28 21:10

ได้รับเชิญให้ไปบรรยายด้วย อย่างนี้ต้องเรียกท่านแล้วสินะ ท่านๆๆๆ confused smile

#4 By yuttipung (58.9.191.41) on 2009-08-04 14:35