WANTED ฮีโร่เพชฌฆาตสั่งตาย
เวสลีย์ กิบสัน หนุ่มนักบัญชีมีชีวิตน่าเบื่อหน่ายเหมือนปุถุชนทั่วไป ทั้งถูกเจ้านายเพ่งเล็งและถูกเพื่อนร่วมงานตีท้ายครัว หลังจากปล่อยให้ความเรื่อยเปื่อยเกาะกินมาตลอด ๒๕ ปี วันดีคืนร้ายความจริงสุดเหลือเชื่อได้ฟ้องว่า พ่อที่ทิ้งเขาไปตั้งแต่ยังเล็กเป็นนักฆ่ามือดีขององค์กรลับ ฟราเทอร์นิตี้ ซึ่งตอนนี้ถูกสมาชิกองค์กรผู้ทรยศฆ่าตายไปแล้ว และเขาเป็นอาวุธสังหารที่ถูกถ่ายทอดสัญชาตญาณนักฆ่าจากสายเลือดโดยตรง ความหวังเดียวที่จะกำจัดภัยของโลกนักฆ่าอันแสนเคร่งครัด
หนแรกเวสลีย์ ไม่เกิดความรู้สึกอยากล้างแค้นให้พ่อจริงจัง (ก็ไม่ได้ผูกพันกันเลย) นอกจากใช้มันเป็นจุดยึดเหนี่ยวของชีวิต เขาแค่อยากจะเป็นในสิ่งที่เหนือจากชีวิตปกติ และการได้ทำในสิ่งเหลือเชื่อของนักฆ่า เช่นฆ่าคนหรือทำอะไรได้ตามอำเภอใจ มันทำให้เขาปลดปล่อยความบ้าคลั่งทั้งหลายออกมา จนช่วงท้ายเมื่อทุกสิ่งกลับมายังจุดเดิมอีกครั้ง เขาจึงค้นพบความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง
WANTED ดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนยอดฮิตฝีมือมาร์ค มิลเลอร์ กำกับโดยผู้กำกับรัสเซีย เตมูร์ เบคมัมเบตอฟ ซึ่งเคยโชว์ฟอร์มให้โลกตะลึงจากผลงานทำเงินที่บ้านเกิดเรื่อง Night watch และ Day Watch (หนังพลอตซับซ้อน เอฟเฟคเพียบ ดูแล้วมึน) แต่ผลงานเรื่องใหม่ใต้ชายคาฮอลลีวู๊ดนี้ เบคมัมเบตอฟป๊อบขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่แค่เพราะมีดาราระดับแม่เหล็กอย่างแอนเจเลน่า โจลี่ และมอร์แกน ฟรีแมน เสริมด้วยดาวรุ่ง เจมส์ แม็คอะวอย เป็นแรงดันเท่านั้น
ฉากแอ็คชั่นสุดเวอร์กับมุมกล้องพิสดารและการตัดต่อฉึบฉับไปกันได้กับเนื้อเรื่องบ้าระห่ำ ความรู้สึกจากการดูหนังเรื่องนี้สุดเหวี่ยงพอๆกับนั่งรถไฟเหาะตีลังกาสามตลบ WANTED ฮีโร่เพชฌฆาตสั่งตาย มีครบทุกอย่างที่หนังป๊อบปลาแดกเรื่องหนึ่งพึงมี ความจริงถ้าผู้สร้างไม่เลือกหนทางให้ WANTED ออกมาโม้สะบัดขนาดนี้ โลกอาจจะได้หนังสายลับชั้นดีแบบหนังชุดเจสัน บอร์นอีกเรื่อง แต่เป็น เบคมัมเบตอฟ นั่นแหล่ะ WANTED ถึงวูบวาบสะใจแบบหนังแนว เพราะผู้กำกับที่ทำหนังปานวีดีโอเกมและมิวสิควีดีโออย่างเขา เราจึงเห็นถึงสมดุลของความดุเดือดและการนำเสนอแบบ Fight Club และ The Matrix (ปานนั้น)
ไอเดียที่เหล่าตัวละครสามารถดึงพลังแฝงจากการขับสารอดรีนาลีนได้ตามต้องการ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยๆในการ์ตูนญี่ปุ่นก็จริง แต่ WANTED ก็หยิบเอามาเล่าใหม่ได้อย่างหน้าชื่นตาบาน เจมส์ แม็คอะวอย (The Last king of Scotland, Atonement)กับการแสดงที่ชวนให้นึกถึงเอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน ใน Fight Club และโทบี้ แมคไกว์ ใน Spider-Man ส่วนแอนเจลีน่า โจลี่นั้น ในบทของฟ็อกซ์นักฆ่าสาวไม่สร้างความรู้สึกเซ็กซี่เท่าที่ควร (ไม่แน่ใจว่าที่เธอซูบและโทรมขนาดนี้เพราะสุขภาพหลังคลอดลูกเหมือนแคร์รี่ แอนมอส ใน The Matrix Reload หรือเปล่า) ส่วนภาพพจน์ที่ดูเป็นคนดีของมอร์แกน ฟรีแมน ก็เหมาะสมกับบทบาทที่ได้รับ
หนังเรื่องนี้บอกไว้ว่าอย่าปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามโชคชะตาฟ้าลิขิต สโลน (มอร์แกน ฟรีแมน) ผู้นำลึกลับขององค์กรช่างทอผ้า ถอดรหัสใยผ้าเป็นตัวเลขฐานสองเพื่อบอกถึงคำสั่งฆ่า เขาเชื่อมั่นระบบว่าตัดสินจากโชคชะตาความเหมาะสม (แต่ในตอนท้ายของเรื่องเราก็เดากันได้ว่ามันย่อมไม่เป็นไปตามนั้น) WANTED กระตุ้นให้คุณลองออกมาใช้ชีวิตนอกกรอบ (ไม่ใช่หมายความว่าเที่ยวเอาปืนไล่ยิงใครต่อใครนะ) แต่การกระทำทุกอย่างควรเกิดขึ้นจากการตัดสินใจอันถี่ถ้วนของตนเอง
WANTED ฮีโร่เพชฌฆาตสั่งตาย ไปในทิศทางเดียวกันกับ HITMAN และ SHOOT EM UP นั่นคือนำเสนอความรุนแรงของโลกอาชญากรรมอย่างรุนแรง ย้ำอย่างรุนแรง เพียงแต่ WANTED คลั่งกว่านั้นสักสองสามเท่าเห็นจะได้ (สมควรจัดเรต) ตลอดเวลาการดูหนังจึงรู้สึกว่าอดรีนาลีนเริ่มจะหลั่งเหมือนกับเหล่าตัวละคร ซึ่งแน่นอนว่าผมwant และมีความสุขครับ (ฮา)
แต่รอบที่ผมตีตั๋วนี้ก็มีเด็กผู้หญิงอายุราว ๒-๓ ขวบมาดูกับครอบครัวด้วยนะ ...... คิดดู จะไม่ให้ผมห่วงอนาคตของชาติยังไงไหว ทุกคนในโรงได้ยินเสียงเด็กคนนั้นร้องไห้เกือบทั้งเรื่อง (โดยเฉพาะฉากที่พระเอกเป่าสมองของใครสักคนกระเด็น) ผมคิดว่าถ้าครอบครัวนั้นไม่หลงโรงจากกังฟูแพนด้าล่ะก็ นี่ต้องเป็นการทรมาณจิตใจเด็กอย่างร้ายแรงเพียงเพราะไม่รู้จะฝากเด็กไว้ที่บ้านกับใคร จนผมอยากจะโทรไปร้องเรียนกับมูลนิธิคุณปวีณาเหลือเกิน