ในที่สุดผมก็ตามอ่านงานเขียนของ โอตสึอิจิ ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยครบทุกเล่ม ไล่มาตั้งแต่ โทรศัพท์สลับมิติ, ฉันหายไปในวันหยุด, ฤดูร้อน ดอกไม้ไฟ และร่างไร้วิญญาณของฉัน, นัดหมายในความมืด, รอยสักรูปหมา (โดยสำนักพิมพ์บลิส ผู้สนับสนุนโอตสึอิจิอย่างเป็นทางการ) และหนังสือแปลไทยของโอตสึอิจิอีกสองเล่มที่หลุดรอดไปออกกับเนชั่นบุ๊คส์ คือ ZOO กับ GOTH ซึ่งวันนี้จะพูดถึงกันคือหนังสือเล่มสุดท้ายที่เพิ่งอ่านจบไป นั่นคือ โกธ คดีตัดข้อมือ นิยายซึ่งประกอบด้วยเรื่องสั้นเป็นตอนๆต่อเนื่องกัน โดยมีตัวละครหม่นหมองคู่หนึ่งเป็นตัวเดินเรื่อง
ผม ตัวเอกของเรื่องกับโมริโนะ โยะหรุ เพื่อนนักเรียนหญิงร่วมชั้นม.ปลาย มีความสัมพันธ์แบบพิลึกพิลั่นจากการชอบคดีฆาตกรรม ภาพศพ ความหฤโหดเหมือนกัน เป็นรสนิยมเรียกตามแฟชั่นว่า GOTH ซึ่งมาจากคำว่า GOTHIC คำเรียกนิยายประเภทสยองขวัญที่ได้รับความนิยมในสมัยวิกตอเรียอีกทีหนึ่ง แต่ทั้งสองเลยเถิดไปกว่าแค่ทำตัวดาร์ค ฟังเพลงเดธ หรือดูหนังของทิม เบอร์ตัน เพราะเจ้า ผม มีจิตใจที่อยากจะเป็นฆาตกรของแท้ เพียงแต่กักขังมันไว้ไม่ให้กระโจนออกมาด้วยการพยายามแสร้งเป็นวัยรุ่นชายปกติ (ซึ่งในนิยายบรรยายไว้ว่าต้องลำบากขนาดไหน) ส่วน โมริโนะ นั้นเป็นผู้หญิงหน้าตาดีผู้มีความฝันว่าสักวันหนึ่งจะเป็นเหยื่อของฆาตกรที่เธอถูกใจ (!?)
แค่การจับคู่ตัวละครหลุดโลกสองตัวนี้ก็น่าสนุกแล้วใช่ไหมครับ เมื่อเรื่องราวยังเชื่อมโยงด้วยเหตุการณ์ซึ่งคนทั้งคู่มักถูกดึงดูดด้วยฆาตกรอำมหิตรอบๆตัวอีกต่างหาก (โมริโนะชอบขับ เฟโรโมน สารเคมีสัตว์ผลิตออกมาเพื่อล่อสัตว์ที่อยู่ในสายพันธุ์เดียวกัน) จากนั้นมันก็เต็มไปด้วยความระทึกขวัญน่ะสิ
ผมหลงเสน่ห์ตัวละครเอกซึ่งเหมือนส่วนผสมของ คิระ โยชิคาเงะ กับ ฮันนิบาล เลคเตอร์ คิระ โยชิคาเงะเป็นตัวร้ายในการ์ตูนเรื่อง โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษภาคสี่ (ผมชอบมากกว่า ดิโอ ตัวร้ายหลักซะอีก) เพราะ คิระ เป็นฆาตกรที่รู้ถึงความเลวร้ายของตัวเองแต่ก็หักห้ามใจไม่ได้ พยายามจะอยู่อย่างสงบสุขเหมือนคนทั่วไป ส่วน ฮันนิบาล เลคเตอร์ เป็นฆาตกรฉลาดเฉลียวทรงอำนาจอย่างประหลาด ฯลฯ
นอกจากตัวละครที่น่าสนเท่ห์และสนใจก็เห็นจะเป็นสไตล์ของโอตสิอิจินี่แหล่ะ โกธ มีความเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นชัดมาก (สนุกสูสีกับเดธโน้ตเลย) แต่นำไปเขียนเป็นการ์ตูนก็คงทำลายรสชาดหมด (มีคนเอาไปเขียนเป็นการ์ตูนแล้วนะ – ผมยังไม่ได้ลองอ่าน) เพราะการหักมุมและล่อหลอกคนอ่านในเทคนิคการเขียนเป็นเอกลักษณ์ที่ได้จากนิยายเท่านั้น โดยเฉพาะตอนท้ายเรื่อง เมื่อ ผม วางแผนที่จะลงมือฆ่าใครสักคน เรื่องราวก็จบลงอย่างสวยงามชนิดที่คุณจะต้องปาดเหงื่อ
เหล่าฆาตกรใน โกธ คดีตัดข้อมือ ไม่มีการฆ่าเพื่อข่มขืน ชิงทรัพย์ หรือล้างแค้น แต่เป็นฆาตกรโรคจิตที่ภายนอกเหมือนคนปกติธรรมดา แต่ทว่าเกิดมาลืมตาดูโลกพร้อมความรู้สึกอย่างนั้น มันคือความรู้สึกที่อยากจะฆ่าคนเฉยๆ ซึ่งก็ไม่ได้รู้สึกสนุกกับการฆ่าสักเท่าไหร่ ส่วนมากเป็นทุกข์เสียมากกว่า โอตสึอิจิถ่ายทอดจนคนอ่านรู้สึกสงสารเหล่าฆาตกร เป็นงานเขียนที่ตัวละครมีเลือดมีเนื้อมากกว่าเรื่องสั้นขนาดยาวที่เขามักเขียนบ่อยๆ ถึงแม้ว่าพลอตจะดูเป็นการ์ตู๊น การ์ตูนก็เถอะ แต่ผมกลับอินกับมันแฮะ จากการอ่านงานของโอตสึอิจิทุกเล่ม(ภาษาไทย) ผมคิดว่า โกธ คดีตัดข้อมือ มีความแน่วแน่ในแนวทางของโอตสึอิจิที่สุด คือเขาเหมาะที่จะเขียนเรื่องพิลึกๆสยองขวัญแบบหนังสัตว์ประหลาดอย่างนี้แหล่ะ
โกธ คดีตัดข้อมือ เป็นความบันเทิงที่อาจจะหนักข้อไปหน่อย เพราะแฝงความวิปริตและความโหดไว้แนบแน่นทุกอณู (คุณแม่ไม่ปลื้มแน่) ไม่เหมาะสำหรับผู้วุฒิภาวะต่ำกว่า ๑๘ ปีทุกประการ แต่ถ้าคุณเป็นคอแนวนี้และมีภูมิต้านทานดี ผมขอท้าให้คุณทดลองเลยครับ สำหรับหนังสือเรื่องสนุกที่สุดของโอตสึอิจิ ที่มีแปลไทยเล่มนี้
goth เป็นเรื่องที่วางไว้อันดับหนึ่งของโอตสึอิจิเลยล่ะค่ะ โอตสึอิจิเป็นคนที่ถ้าอยากจะเขียนเรื่องอบอุ่นก็จะเขียนได้อบอุ่นมาก อยากเขียนแฟนตาซีก็จะเขียนได้น่าอึ้งมาก ถ้าอยากจะเขียนเรื่องเขย่าขวัญ ก็เขียนได้เขย่ามากอีกเช่นกัน โอตสึอิจิออกงานไม่บ่อย แต่อัดแน่นด้วยคุณภาพจริงๆนะ