ตรุษจีนปีหนูมีหนังฟอร์มยักษ์ตบเท้าเข้ามารายงานตัวหลายเรื่อง ที่เราคนไทยกำลังรอคอยกันคือ ช็อคโกแลต หนังแอ็คชั่นที่เตรียมงานสร้าง ๒ ปี ถ่ายทำอีก ๒ ปีโดยผู้สร้าง องค์บาก และต้มยำกุ้ง (ปรัชญา ปิ่นแก้ว, พันนา ฤทธิไกร) พวกเขายังยึดคอนเซปต์เล่นเองเจ็บเองแล้วจะโทษใคร แต่ครั้งนี้มีจุดขายอีกอย่างคือ ตัวเอกนักบู๊เป็นสาวไทยตัวเล็กๆ จีจ้า ญาญิน
ชื่อหนัง ช็อคโกแลต แต่ก็ไม่ได้หยิบขนมหวานชนิดนี้เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญใดๆต่อเรื่องราว เปลี่ยนเป็น เพื่อแม่อัดมันเลย เหมาะกว่า ด้านเนื้อหา ช็อคโกแลต อยู่ในระดับสุดเหวอ พลอตพิลึกกึกกือไม่ซ้ำใคร มาเฟียประหลาด No 8 (พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง) ซึ่งเหมือนหลุดมาจากการ์ตูนญี่ปุ่น พร้อมลูกแก๊งที่เป็นกระเทยขาโหด วันหนึ่งถูก มาซาชิ (ฮิโรชิ อาเบะ) ยากูซ่าญี่ปุ่นเหยียบตาปลาถึงถิ่นกรุงเทพ แถมชิงหัวใจของ ซิน (รับบทโดยนักร้องสาวสุดเฮ้ว ส้ม อมรา) มือขวาคนสนิท กิ๊กของ No 8 ไปด้วย มาเฟียโรคจิตจึงต้องสั่งสอนให้รู้ว่าคนที่บังอาจทำให้มันเจ็บปวดต้องเป็นยังไง
ซิน ล้างมือจากวงการเพื่อคลอด เซน ลูกสาวซึ่งเป็นออทิสติก สองแม่ลูกอยู่กันอย่างมีความสุขตามอัตภาพ จนทุกอย่างเขม็งเกลียวขึ้น เซน เป็นออทิสติกที่ดันมีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ระดับอัจฉริยะ (!?) เมื่อซินผู้เป็นแม่ป่วยด้วยโรคร้าย เซนจึงต้องทำสิ่งที่สร้างสรรค์สุดๆสำหรับเด็กสาวออทิสติกนักบู๊คือ ไปทวงเงิน(หนี้เลือด) ที่บรรดาเสี่ยๆเคยติดเงินแม่เธอ(มั้ง) ก่อนจะโยงมาถึงผลประโยชน์ขององค์กรมืดตามระเบียบ ในหนังบางส่วนเผยว่าไม่ใช่จำนวนมากมาย แต่บรรดาลูกหนี้ก็ใจไม้ไส้ระกำพร้อมใจกันชักดาบ ปิดบัญชีด้วยความรุนแรง จึงไม่ต่างกับเกม GTA ที่ต้องเคลียร์ให้ผ่านฉากไปเรื่อยๆ ประโยค “ เอาเงินแม่มา” กับ “ ช้างกูอยู่ไหน” เลยกลวงและว่างเปล่าปานกัน
ด้านองค์กรของซิน และเหล่าร้ายได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง Kill Bill ค่อนข้างแน่ และเส้นเรื่องซึ่งลากไปสู่การต่อสู้ก็ทำนอง คนหมาเดือด Unleashed ที่ เจ็ตลี แสดง พ.ศ.นี้ฉากแอ็คชั่นไม่ทำให้เราตื่นตะลึง ตระการตา เหมือน องค์บากที่ครั้งนั้น ผมถึงกับอุทาน โอ้แม่เจ้า เพราะว่าแอคชั่นแบบดิบๆแสดงกันจริงๆมันไม่ค่อยมีให้ดูกันบ่อยๆ ผลกระทบเลยมาตกที่ ช็อคโกแลต ซึ่งความสดต่ำ สิ่งที่ทำให้ผมทึ่งใน ช็อคโกแลต เป็น น้องจีจ้า ญาญิน วิสมิตะนันทน์ มากกว่า บอบบางขนาดนั้น น่ารักขนาดนี้ (ในจอตัวเล็กกว่าที่คิดเสียอีก) จีจ้าดูเจริญตากว่า จา พนม แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะบู๊ได้สะบั้นหั่นแหลกขนาดนั้น แล้วก็บรรดาสตันท์อดทนทั้งหลายซึ่งลงทุนเจ็บตัวเป็นพิเศษ โดนอัดแต่ละทีกระเด็นเวอร์จนอดสงสารไม่ได้ (เพื่อพยายามให้คนดูเห็นว่าเซนโจมตีรุนแรงจริงๆ)
เมื่อกำหนดให้ เซน สาวน้อยออทิสติกมีความสามารถก็อบปี้ท่วงท่าของจา พนม และบรู๊ซ ลี ทำให้เหมือนทีมงานลักไก่ได้อย่างฉลาดเฉลียว ฉากแอ็คชั่นช่วงแรกๆจึงดูซ้ำซากและน่าเบื่อหน่าย การต่อสู้ถูกกำหนดมาเป็นคิวๆไม่ค่อยลื่นไหล (เหมือนผลงานเก่าของทีมนี้น่ะแหล่ะ) และเมื่อไหร่จะเลิกความคิดว่าหนังแอ็คชั่นที่ดีต้องใส่ฉากแอ็คชั่นเยอะๆ คือถ้าเรื่องราวมันไม่แข็งแรงยังไงก็ช่วยได้แค่นิดหน่อย ฉากแอ็คชั่นที่ผมเห็นว่าน่าสนใจที่สุดคือตอนสู้กันในสถานที่คล้ายๆโรงฝึกญี่ปุ่นช่วงใกล้จบ แต่พอตามมาด้วยฉากไล่ล่า No 8 (พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง)กลับยืดยาวน่ารำคาญ
ลูกของจงอางมันก็ต้องเป็นจงอาง ผมอยากเห็นว่าแม่ของจงอางมันจะน่ากลัวขนาดไหน เท่าที่เห็น ส้ม อมรา ทำได้แค่ยิงปืนธรรมดาๆ กับเป็นตัวประกัน (เออ อย่างว่าในเรื่องมันเป็นมะเร็งเนอะ) ถ้าเปลี่ยนตัวซินเป็น มิเชล โหยว หรือใครที่ทะมัดทะแมงปานกัน แล้วให้มีบทบู๊หรือออกสเตปกับลูกสาวหนังจะกิ๊วก๊าวขึ้นแน่
บ่นไปอย่างนั้นเอง ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ ช็อคโกแลต เป็นหนังแอ็คชั่นไทย(อาจติดกลิ่นจากที่อื่นมามากหน่อย)ดูสนุกกว่า ต้มยำกุ้ง น้องจีจ้าพิสูจน์แล้วว่าการแสดงของเธอไปกันได้กับความสามารถด้านแอ็คชั่น (ดูเข้าท่ากว่า จา พนม จริงๆ) อดคิดไม่ได้ว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่จะภูมิใจขนาดไหนกับผลงานของลูกสาวที่ทุ่มเทขนาดนี้ แล้วเราจะไม่ไปให้กำลังใจสาวไทยถึงขอบจอกันเหรอครับ