คุณผู้อ่านอาจเริ่มสงสัยแล้วว่า คอลัมน์ศิลปะบันเทิงไฉนไถลเข้าสู่โลกของเกมเสียแล้ว เป็นเพราะว่าช่วงนี้ผมหวนกลับมาเล่นเกมอีกครั้งตอนแก่ แล้วรู้สึกดีกว่าครั้งไหนๆ มั่นใจว่ายังไงก็ยังอยู่ในขอบเขตคอลัมน์นี้แน่นอน แล้วศิลปะบันเทิงที่อยู่ไม่ไกลตัวมันก็ต้องอยู่รอบๆตัวผมไปโดยปริยาย
TRON (ตรอน ศัพท์คอมพิวเตอร์) ย่อมาจาก the real time operating system nucleus หมายถึงระบบปฎิบัติการที่เน้นการทำงานแบบทันที (real time) มีผู้นำมาใช้ในการพัฒนาคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ กล่าวคือนำเอาประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์หลายๆแบบมารวมกัน TRON 2.0 ผมสอยมาจากร้าน HUGO บนชั้นสี่ห้างคลังพลาซ่าฯ โคราช คงเหลือกล่องเดียวในโคราชแน่ๆ ในชีวิตที่เคยซื้อเกมลิขสิทธิ์ไม่ถึงสิบผมติดใจตรงแพคเกจของ TRON 2.0 ตรงเป็นกล่องกระดาษใหญ่ๆเหมือนกล่องของเล่น ชวนให้จินตนาการไปไกลว่าข้างในจะมีอะไร เสื้อไม่ก็ผ้าเช็ดตัวหรือเปล่า แต่พอแกะออกมามีแค่ซีดี ๒ แผ่นในกล่องพลาสติกใส่ซีดีสองหน้าธรรมดา แล้วก็คู่มือเล่นเกมที่ชวนเง็งเล่มหนึ่ง เหลือพื้นที่ไว้ตั้งเยอะให้แผ่นเกมหายใจ เข้าใจว่าที่ออกแบบให้เป็นกล่องใหญ่เพราะจะได้ทิ่มตาคนเฉยๆ เคยเห็นกล่องเกม PC สมัยก่อนก็เบิ้มกว่ากล่องแฟ๊บทั้งนั้น (อาจจะแพงตรงกล่องก็ได้)
เนื้อเรื่องของ TRON 2.0 ดำเนินตามธรรมเนียมหนังไซไฟคลาสสิค สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้เกมนี้สร้างมาจากหนังเรื่อง TRON ครับ อลัน แบรดลีย์ ผู้สร้างโปรแกรมทรอน คิดค้นเทคโนโลยีในการเปลี่ยนร่างมนุษย์เป็นร่างดิจิตอลเข้าสู่คอมพิวเตอร์ได้ โดยความลับทั้งหมดนี้ซ่อนอยู่ใน Ma3a ปัญญาประดิษฐ์ที่ซับซ้อน fCon บริษัทคู่แข่งของอลัน ล่วงรู้ถึงความลับโครงการนี้ จัดการส่งร่างดิจิตอลของแฮคเกอร์ที่ถูกฝึกเป็นพิเศษชื่อรหัส ดาต้าเรธ ลักพาตัวอลัน ร้อนถึง เจ็ท โปรแกรมเมอร์หนุ่มสุดเก่ง บุตรชายของเขาต้องบุกเข้าไปค้นหาในคอมพิวเตอร์ ด้วยความช่วยเหลือของ Ma3a เจ็ทต้องผจญภัยในโลกแห่งทรอน โลกดิจิตอลที่น่าตื่นตาตื่นใจ
ด้วยการเล่นมุมมองแบบบุคคลที่หนึ่ง กับมุมมองบุคคลที่สามเฉพาะตอนแข่งมอเตอร์ไซค์แสง ทำให้ได้สำรวจโลกแห่งทรอนอย่างสนุกสนาน สิ่งที่จ๊าบเปรี้ยวเข็ดฟันสุดๆ คืองานออกแบบศิลป์อันเป็นเอกลักษณ์ สีสันบาดทรวงและเรืองแสง เราจะได้เห็นการใช้สีม่วงตัดกับสีฟ้า สีส้มตัดกับสีเทา ฯลฯ งานดีไซน์ในสมัยนั้น (พ.ศ. ๒๕๔๖ คือปีที่ TRON 2.0 วางจำหน่าย) คงกระแทกใจสุดขีดแล้ว
ระบบการใช้ไอเทมของเกมทำออกมาได้น่าสนใจ คือผมงงนิดหน่อยในตอนแรก เพราะมีการต้องมา defrag scan virus ให้วุ่นวาย แถมศัพท์แสงคอมพิวเตอร์ในเรื่องราวก็ชวนมึนตามประสาไซไฟ แต่เล่นไปสักพักก็ชิน (เพราะเนื้อเรื่องมันบรรเจิดโคตร) สรุปคือเราสามารถเลือกการอัพเดตพลังได้แบบเกม RPG ทั่วไป แต่ลักษณะส่วนมากของ TRON 2.0 เป็นเกม Action Adventure นะ
ปริศนาและอุปสรรคในเกมที่คุณต้องฟันฝ่าอยู่ในระดับรับได้ ไม่ได้ยากเย็นอะไร ส่วนมากมีขอบเขตแค่ในสถานที่นั้นๆ เพราะมือใหม่อย่างผมเล่นเกมนี้ยังรู้สึกว่าเพลิน มั่นใจว่าเล่นได้จนจบโดยไม่ต้องพึ่งคู่มือบทสรุป ยากนิดหน่อยตรง AI ของศัตรูที่โจมตีเราแม่นมากแม้จะอยู่ไกลลิบ จนผมต้องใช้กลยุทธพิเศษบ่อยๆ (วิ่งหนี) ชอบบรรดาศัตรูในเกมซึ่งชื่อ ICPs โปรแกรมสกัดกั้นการรุกล้ำ ตอนถูกผมแอบเอาร็อด (อาวุธประชิดที่เป็นกระบอง)ช็อต มันจะร้อง “ กิกะ กิกะ” อ่านเอาตรงนี้ไม่ได้อารมณ์ครับต้องลองเล่นเอง เพราะมันตลกมากๆ
เสียงพากย์ของเกมตื่นหูดี เป็นเสียงสังเคราะห์ทั้งหมดจึงให้อารมณ์เข้ากับเกม คนดังที่มาพากย์รู้จักอยู่คนเดียวคือ รีเบคก้า โรมิน สตามอส ให้เสียงนางเอก ชื่อเมอคิวรี่ (เธอรับบทเป็นมิสติค ในเรื่อง X-MEN) ส่วนฝีมือดนตรีประกอบเจ๋งๆโดย เวนดี้ คาร์ลอส ผู้เรียบเรียงเสียงประสานดนตรีของหนัง TRON ดั้งเดิม
นอกจากการปาจานร่อนที่วกกลับมาหาเราได้เป็นอาวุธ ฉากแข่งมอเตอร์ไซค์แสงในพื้นที่เรียกว่าเกมกริด เป็นอะไรที่เหวออีกอย่างหนึ่ง มอเตอร์ไซค์บ้าอะไรไม่รู้ออกแบบได้น่ารักขนาดนั้น มันเลี้ยวแบบ ๙๐ องศาอ่ะ มีหางยาวๆที่วิ่งไปชนไม่ได้อีกต่างหาก เล่นแล้วนึกถึงเกมงูในโทรศัพท์มือถือเลย จะทำใจไม่ให้รักเกมนี้ได้ยังไงไหว (ต่างจิตต่างใจ น้องชายผมมาเห็น TRON 2.0 แล้วมันบอกว่าไม่ชอบเฉย ทั้งที่ยังไม่ลอง)
The Lawnerman คนไม่ให้เป็นคน (กลัวจำชื่อภาษาอังกฤษผิดจัง) หนังเกี่ยวกับชายปัญญาอ่อนคนหนึ่งซึ่งถูกกระตุ้นด้วยโปรแกรมวิชวลลิตี้จนทำให้กลายเป็นซูเปอร์แมน ที่ผมจำแม่นคือฉากเซ็กส์ในโลกเวอชวลของ The Lawnerman อยากจะบอกว่าภาพและบรรยากาศของหนังเรื่องนี้ผุดขึ้นมาเวลาผมเล่นเกม TRON 2.0 ไม่ได้เกี่ยวกับ TRON หนังต้นฉบับ เพราะจนป่านนี้ผมยังไม่มีวาสนาได้ดูเลย