ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล (ผู้กำกับคนผีปีศาจ, 13 เกมสยอง)ปลดปล่อยความเป็นตัวเองออกมาอย่างหมดเปลือกด้วยหนังที่ฟูมฟักนานถึง ๒ ปี เขียนบท, ตัดต่อ, แต่งเพลง และแสดงเองนิดหน่อย ในหนังที่เรียกว่าแนวหลายชีวิต รักแห่งสยาม
แต่หนังเรื่องนี้กลับไม่เหมือน Love Acually เท่ากับเหมือน เพื่อนกูรักมึงว่ะ และ สัตว์ประหลาด! โดยรวมผมคิดว่า รักแห่งสยาม เป็นหนังอาร์ตครับ ไม่ใช่แค่มีความยาวปาไปถึง ๒ ชั่วโมงครึ่ง แต่เพราะหนังชวนเหวอและเชิญหลับเกินเหตุ ชนิดลืมหน้าหนังหรือบรรดาโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ไปเลย ทั้งที่แอ๊บแบ๊วประมาณหนังรักวัยรุ่นน่าเอ็นดู แต่พอเข้าไปดูเต็มๆในโรงต้องเจอเซอร์ไพร์ซ เอาเข้าจริงคุณไม่ได้ไปพบอย่างที่ต้องการจะเจอหรอก(กรณีของผม) สิ่งที่ลวงให้ผมไปดูหนังเรื่องนี้หนแรกคือ สาวๆครับ แต่ รักแห่งสยาม กลับทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้กำไร ใครจะไปนึกฝันว่าจะได้สัมผัสความรักของหนุ่มหน้าใสแถมมา (ฮา)
ในบทที่ไม่ง่ายดายเลยโดยเฉพาะบทนำ บรรดานักแสดงวัยรุ่นหน้าใหม่ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี อย่างไรก็ตามเจตนาของหนังยังน่าชื่นชมเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นมุมมองของความรักของคนต่างวัย ต่างมุมมอง ความโรแมนติกกลางสยาม(เซนเตอร์)เหมือนหลุดมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นประเภท boy love boy ยังไงยังงั้น คลอด้วย เพลงกันและกัน (ซึ่งอาจจะคุ้นกับเวอร์ชั่นเสียงร้องของ คิว วงฟลัว มากกว่า) ยิ่งทำให้คุณอินกับ รักแห่งสยาม(ประเทศ)จริงๆ ปีนี้วงการหนังไทยนอกจากหนังผีว่าแรงแล้ว ระวังหลังให้ดีเพราะเกย์กำลังหายใจรดต้นคอ
รักแห่งสยาม สะท้อนภาพวัยรุ่นไทยให้สะเทือน มิว, โต้งและเพื่อน เป็นตัวแทนเหล่าวัยรุ่นในสังคมจริง ซึ่งอาจจะสับสนวูบวาบในเรื่องความรัก แต่เขาก็มีชีวิต มีความหวังและความฝัน ที่ผลักดันให้ก้าวพ้นวัย เหล่าวัยรุ่นในหนังเลือกทำในสิ่งสร้างสรรค์คือ ด้านดนตรี แม้กลุ่มเพื่อนโต้ง(รวมหญิงด้วย)คล้ายจะนัดมั่วสุมกัน ก็ไม่เห็นว่าจะทำอะไรนอกลู่นอกทางมากนัก พวกเขาแสดงให้เห็นว่าวัยรุ่นไทยบางกลุ่มมีดีกว่าถ่ายคลิปวีดีโอ ผมคิดเล่นๆว่าถ้าหนังเลือกเล่าในมุมของเลสเบี้ยนแทน เราคงจะได้เห็นฉากหวานแหววของตัวละคร หญิง กับ โดนัท ใช่ไหม คิดถึงฉากเลิฟซีน อืม.... จินตนาการบรรเจิดอีกละ (ฮา)
นอกจาก คุณนก สินจัย จะตีบทแตกชนิดลุ้นรางวัล หนังมีสง่าราศีทันตาจากการปรากฏตัวทุกครั้งของ พลอย เฌอมาลย์ พลอยสวมบทที่ทำให้ รักแห่งสยาม เหวอหนักเข้าไปอีก ต้นเรื่องเธอคือพี่สาวที่หายสาบสูญไปของโต้ง จากนั้นเธอกลายเป็นพี่จูน ฝ่ายดูแลนักร้องมือสมัครเล่นของค่ายเพลงทีหน้าเหมือนกันอย่างกับแกะ ผมอาจชอบตัวละครลึกลับอย่างนั้น แต่กับการหักมุมตอนท้าย(แนบรูปลึกลับในจดหมาย) ทำให้ผมเกาหัวจนรังแคกระจาย ตอกย้ำความอาร์ตของหนังเข้าไปอีก (กรรม)
ผู้กำกับไทยรุ่นใหม่ค่อนข้างมีปัญหาด้านอีโก้ คือจะทำหนังให้สนุกราบรื่นไปเลยก็ไม่ได้ แล้วไอ้รสนิยมของท่านก็มักจะขัดกับความรู้สึกชาวบ้านตาดำๆ คือผู้กำกับไทยเราไม่ค่อยมีประเภทอยากเล่าเรื่องสนุกแบบ สตีเว่น สปิลเบิร์ก แบบ ไมเคิล เบย์ ฯลฯ เรามีแต่พวกอยากทำหนังอาร์ต..... จะจงใจหรือเปล่าไม่ทราบ ในเมื่อมันฟ้องอย่างนั้น ที่บ่นนี่ผมไม่ได้รังเกียจหนังอาร์ตเลยสักแอะนะครับ เพราะผมก็ทะลึ่งดูอยู่ทุกวี่วัน แต่ความจริงคือ รักแห่งสยาม ไม่เห็นจะต้องทำตัวให้สับสนและเข้าใจยากเลย
ก็ไม่รู้ล่ะ?..... ในหนังที่เจ้าของค่ายเพลงบอกน้องๆวงออกัสต์ว่า “ ทำตัวให้เข้าถึงคนอื่นมากๆน่ะ มันไม่ดีกว่าหรือ” ฉากนั้นฉากเดียวก็ตรงใจผม แต่วงการหนังบ้านเราถ้าเปรียบเป็นคนคงยังวัยรุ่นอยู่ ก็ต้องปล่อยให้คนทำได้เลือกในสิ่งที่คนทำรักไป จากฉากติดตุ๊กตาบนต้นคริสต์มาส ปล่อยให้คนที่เรารักได้ตัดสินใจ จี๊ดใจกันพอควรล่ะครับ
หนังเรื่องนี้มีฉากน่าสนใจ คือฉากเปลี่ยนกับข้าวให้กรณ์ของสุนีย์ สิ่งละอันพันน้อยเป็นความรักซึ่งเรามักมองข้ามเสมอ