เด็กไทยทุกคนย่อมรู้จัก โดราเอม่อน หุ่นยนต์แมวจากโลกศตวรรษที่ ๒๒ ผู้มีกระเป๋ามิติที่สี่ ไอ้ผมก็เพิ่งรู้นี่แหล่ะครับว่าการ์ตูนเจ้าแมวจอมยุ่งนี้ถูกยกเป็นวรรณกรรมการ์ตูน และมีการศึกษาต่อยอดไปจนถึงระดับปริญญาเอกในญี่ปุ่น เมื่อเพื่อนฝูงให้หยิบยืมหนังสือ วีถีแห่งโนบิตะ ชัยชนะของคนไม่เอาถ่าน ซึ่งมีคำเตือนแปะหน้าปกว่า หนังสือเล่มนี้ไม่เหมาะกับคนที่คิดว่าตัวเองเก่งไปซะทุกอย่าง จึงรู้สึกโดนใจอย่างแรง
ทำไมต้องเป็นโนบิตะ ทำไมถึงไม่เป็น วิถีแห่งชิซูกะ หรือ วิถีแห่งไจแอนท์ ฯลฯ เหตุผลง่ายๆเพราะโนบิตะเป็นพระเอก โนบิตะมีโดราเอม่อนเป็นคู่หู โนบิตะได้ครองชิซุกะตอนอวสาน และถึงแม้จะมีเรื่องร้ายแรงอะไรสุดท้ายโนบิตะก็เอาตัวรอดได้อยู่ดี ฯลฯ ทั้งที่พระเอกของเรานี้ผู้เขียนการ์ตูน(ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ) แต่งตั้งให้เป็นเด็กประถมโหลยโท่ยที่สุดในญี่ปุ่น มีข้อเสียติดตัวมากมาย เช่น ขี้เกียจ ชอบนอนกลางวัน สมองทึบ แต่คุณก็จะอะลุ้มอล่วยได้เพราะมันไม่ใช่สิ่งเลวร้ายรุนแรง (ฮา)
วีถีแห่งโนบิตะ ชัยชนะของคนไม่เอาถ่าน คือหนังสือแนะนำการพัฒนาศักยภาพตนเองผ่านตัวละครในการ์ตูนเรื่องดังของญี่ปุ่น จากการหยิบหนังสือมาอ่านรวดเดียวจบ (หนังสืออ่านไม่ยากครับ ปลอดศัพท์จิตวิทยาน่าปวดหัวทุกอย่าง) ทำให้เข้าใจพฤติกรรมของตัวการ์ตูนเด็กชายแว่นโตผู้สวมเสื้อเหลือง(รักในหลวง) และกางเกงขาสั้นสีเปลือกมังคุดได้ดีขึ้น ลึกๆแล้วเขาเป็นคนลักษณะนิสัยอย่างไร และมีข้อคิดอะไรซ่อนอยู่ในพฤติกรรมเหล่านั้น
บางคนที่เข้าใจการ์ตูนโดราเอม่อนเพียงผิวเผิน อาจตีความแก่นของเรื่องว่า เกี่ยวกับเด็กห่วยคนหนึ่งที่โดนเพื่อนแกล้ง หรือมีปัญหาอะไรสักอย่างในชีวิต วิ่งโร่ไปให้เพื่อนจากโลกอนาคตช่วย แล้วใช้ของวิเศษออกมาแก้แค้น- จบ แต่เมื่ออ่านการวิเคราะห์อันน่าทึ่งของ โยโกยาม่า ยาสุยุกิ นักวิเคราะห์โดราเอม่อน (ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนวิชา โดราเอม่อนศึกษา อยู่ที่มหาวิทยาลัยฟุคุยาม่า) แฟนพันธุ์แท้ผู้อ่านการ์ตูนเรื่องโดราเอม่อนมานับกว่า ๕๐ ครั้ง เราก็รู้สักทีว่าสิ่งใดน่านำเป็นเยี่ยงอย่างในการดำเนินชีวิต สิ่งใดคือหัวใจของวิถีโนบิตะ (เหมือนลัทธิคำสอนเล็กๆ)
วิถีแห่งโนบิตะ
๑. จงมีความฝัน และไม่กลัวความล้มเหลว แฟนการ์ตูนเรื่องโดราเอม่อนน่าจะรู้กันดีว่าความสามารถระดับอัจฉริยะของโนบิตะนั้นมีอยู่สองอย่าง นั่นคือการพันด้ายและแม่นปืน แต่นอกเหนือจากนั้นหมอนี่ก็ยังมีความคิดสร้างสรรค์สุดล้ำมากมายโนบิตะไม่อายที่จะลงมือทำความฝันให้เป็นจริงทันที(ผ่านของวิเศษของโดราเอม่อน) แม้ตอนท้ายจะล้มเหลวแต่โนบิตะก็กล้าทำ
๒. ไม่เป็นคนขี้นินทา โนบิตะไม่ชอบนินทาเขามีแต่ความอิจฉาเล็กน้อยที่ก่อเกิดให้เป็นพลัง คำพูดลักษณะ “ โธ่ xxx แค่นี้ฉันก็ทำได้” จึงปรากฏในหลายๆตอน ไม่ใช่อวดเก่งอย่างเดียว เพราะโนบิตะจะพยายามลงมือทำอย่างสุดความสามารถทุกครั้ง (ย้อนไปอ่านข้อหนึ่งใหม่) มันคือหัวใจแห่งความสำเร็จ
๓. โนบิตะเป็นเด็กดี อันนี้ทุกคนรู้ เพราะความดีมีน้ำใจของเขาจึงสร้างความประทับใจให้ใครต่อใครไม่ว่าจะเป็นต่อคนสัตว์สิ่งของ
๔. โนบิตะปราศจากอคติ ถึงจะเคยโกรธแต่โนบิตะก็ไม่แค้น เขาให้อภัยและมีน้ำใจนักกีฬาอยู่เสมอ เพราะอย่างนี้เขาจึงเป็นเพื่อนกับไจแอนท์ ซุเนโอะได้
ประเด็นของการ์ตูนโดราเอมอนแต่ละตอนจึงไม่พ้น ทั้งโดราเอม่อนและของวิเศษต่างเป็นแค่เครื่องมือชิ้นหนึ่งเท่านั้น ใบเบิกทางไปสู่ชีวิตใหม่ของโนบิตะที่แท้จริงก็คือความพยายามและสำนึกที่มาจากโนบิตะเอง
ซึ่งพ้องกับคำพูดสุดคลาสสิคของผู้แต่งเรื่องโดราเอม่อน ไม่ว่าจะเป็นความฝันที่เล็กกะจ้อยร่อยสักเพียงใด ขอเพียงแค่คุณก้าวเดินไปตามหัวใจที่หลงใหล เผชิญให้ฝันกลายเป็นจริง ทั้งหมดคือแก่นของ วิถีโนบิตะ
วีถีแห่งโนบิตะ ชัยชนะของคนไม่เอาถ่าน จัดพิมพ์โดย สยามอินเตอร์บุ๊ค ราคา ๑๕๕ บาท จุดที่น่าเสียดายเกี่ยวกับหนังสือมีอย่างเดียวคือ ในการเล่าเรื่องย่อตัวอย่างของการ์ตูนเพื่อเปรียบเทียบแต่ละหัวข้อ น่าจะมีภาพจากการ์ตูนในตอนนั้นๆให้แฟนการ์ตูนได้จี๊ดใจเพิ่มเติมด้วย
ไม่ใช่แค่การ์ตูน โดราเอม่อน เท่านั้นจึงจะมีสาระ ยังมีการ์ตูนเจตนาดีอีกหลายเรื่องในโลก ปัจจุบันผมกำลังรอคอยอ่าน วิถีแห่งเซนต์เซย์ย่า และ วิถีแห่งดราก้อนบอล อย่างใจจดจ่อ เผื่อจะมีคนเขียนมาให้อ่าน -ฮา
คิดดูสิครับ แม้กระทั่งหนังสือการ์ตูนหนึ่งเล่มก็ให้ข้อคิดดีๆ (แต่ถ้าไม่มีคนมาป้อนให้จริงๆ คงต้องวิเคราะห์กันเอาเอง ....ผมเชื่อว่าเราสามารถค้นพบและสัมผัสได้อยู่แล้ว)
/

นั่นคือ แคทเชอร์ อิน เดอะ รายด์ ของ เจดี ซาลินเจอร์ (แปลไทยว่า ทุ่งฝัน)อ่านจบแล้วจะรีวิวแน่ๆ