2007/Sep/06


วรรณกรรมไทยมีหลายขนาน และหลายสูตร พลิกแพลงเปลี่ยนไปตามสภาพสังคมและสภาพกระเป๋า ทุกวันนี้อาจไม่ได้ขายดีถล่มทลาย แต่ถ้าคุณไปตามร้านหนังสือก็จะเห็นผลงานเขียนโดยเขาวางหลอกหลอนอยู่เรื่อย นั่นคือ รงค์ วงษ์สวรรค์ พญาอินทรีแห่งอักษรนภา ผู้มีผลงานหนังสือร่วมร้อยกว่าเล่ม (ผมตามอ่านซัดไปเสียครึ่ง) บ้านนี้มีห้องแบ่งให้เช่า และ มาเฟียก้นซอย ถูกนำกลับมาพิมพ์ซ้ำอีกครั้งในพ.ศ.นี้ เหมาะสมกันอย่างคู่ตุนาหงัน เมื่อบ้านเมืองกำลังอึมครึมชวนซึม(ก็เป็นอย่างนี้ทั้งปี) ไม่รู้จะอ่านอะไรให้บันเทิงผมก็ขอแนะนำ


บ้านนี้มีห้องแบ่งให้เช่า พิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๕ ส่วน มาเฟียก้นซอย พิมพ์ครั้งแรก ๒๕๑๘ พอจะเรียกว่านิยายโบราณกันได้ไหม แต่อย่าเพิ่งมองข้าม เพราะไม่ว่าจะเป็นคอนเซปต์ หรือสำนวนภาษามันก้าวพ้นกาลเวลามาแล้ว ลื่นไหลปานสายน้ำ น่าจะเป็นคำจำกัดความการเขียนสไตล์ Jazz ของ รงค์ วงษ์สวรรค์


บ้านนี้มีห้องแบ่งให้เช่า พระเอกใช้สรรพนามบุรุษที่หนึ่งมีชื่อว่า บุญผัน ปลีใน เขาอยู่ในห้องแบ่งเช่าซึ่งเป็นสมบัติของ ทองดิน แววไว มีเพื่อนข้างห้องเป็นคนไม่เอาถ่านสูสีกันอย่าง เพริด เทียบทอง คนขับรถขายน้ำปลา, ยง เสนาไพร นายแบบโฆษณา, แบน สายหยุด ช่างไม้อิสระ, เชิง ม่านลาย นักโม้ และ ฯลฯ ทั้งเล่มอาจแค่รวมการนินทากันเอง แต่คนหลักลอยก็เป็นเช่นนี้ไม่ใช่หรือ ในแต่ละบทอ่านแล้วเพลิน ชีวิตของคนไม่เอาไหนบางหนก็เอาไหนเหมือนกัน ถ้าชอบงานอย่างเสเพลบอยชาวไร่ คุณก็น่าจะชอบ (ผมว่า บ้านนี้มีห้องแบ่งให้เช่า อ่านง่ายกว่าเยอะ)


การยั่วล้อ (parody) The Godfather ของ มาริโอ พูโซ และหนังโดย ฟรานซิส ฟอร์ด คอบโปล่า ใน มาเฟียก้นซอย คือผลสำเร็จของวงการวรรณกรรมไทย เพราะมันทั้งฉายภาพสังคมคนชั้นล่างทั้งเปี่ยมอารมณ์ขันสุดเหวี่ยง เมื่อสามเกลอจิตป่วนกลับมาจากโรงหนังก็สาบานตนเป็นพี่น้องพร้อมเปลี่ยนฉายาตนเสร็จสรรพ ไมเกิ้ล ล้วน นักปลอมเลขท้ายล็อตเตอรี่, ซอนนี่ พงษ์ นักตัดสร้อย ล้วงกระเป๋า และ เฟรด บุญมา นักวิ่งราวเป็ดย่างหมูแดง พวกเขาทำสิ่งที่ลงมติว่าเป็นแบบแผนไม่ใช่แบบผ่าน และภารกิจอันดับแรกคือการตามหาพ่อทูนหัว หรือ เดอะ ก็อดฟาเธอร์ ให้พบ(ในซอยนั้นแหล่ะ)


อารมณ์กวนอวัยวะใต้ตาตุ่มปรากฏตลอดบรรทัดของนิยายทั้งสองเล่ม อ่านแล้วคุณจะรู้ว่าเรื่องขำขันเก๋าเก๋าน่ะเด็ดสะระตี่ พวกเขาจากหนังสือทั้งสองเล่มอาจทำในสิ่งที่ไร้สาระในสายตาใครใคร แต่ลึกลงไปจะเห็นทั้งความสวยงามและน่าสะเทือนใจ จนต้องหัวเราะทั้งน้ำตา มีความเชื่อมโยงระหว่างเรื่องราวทั้งสองและจากคนเขียนถึงคนอ่าน ตัวละครสองกลุ่มน่าจะวนเวียนอยู่ในทำเลใกล้เคียง บุญผัน ปลีใน เปิดหน้าต่างส่องออกก็อาจเห็น เฟรด บุญมา ผ่านมา เขาอาจจะโบกมือหยอยๆทักทายให้ หรือแลกยิ้มแห้งแล้งปลอบความรันทดใจ


เคยถามเพื่อนฝูงและเด็กรุ่นใหม่ที่อ่านงานของอาว์แล้วบอกผ่าน เขาว่าไม่ชอบที่ภาษาวกวนฉวัดเฉวียน ก็ไม่รู้จะว่ายังไงล่ะครับ ผมเคยอ่านเสเพลบอยชาวไร่ และผู้มียี่เกในหัวใจ ตอนเรียนอุดมศึกษาผมก็ไม่รู้สึกว่ามันจะสนุกหรือพิสดารตรงไหน มาโดนใจงานเขียนอาว์ก็ตอนอยากมีเมียนี่แหล่ะ(ยังหาไม่ได้) ต้องสั่งสมประสบการณ์มากพอจึงจะรู้รส มือใหม่ควรเริ่มจาก มาเฟียก้นซอย นี่ล่ะครับเพราะเนื้อเรื่องน่ารักแถมฮาระเบิด


ต่อข้อสงสัยถ้ามีคนสังเกตว่าธาตรีเหมือนได้รับอิทธิพลงานเขียนจากอาว์ รงค์ หรือเปล่า ขอตอบว่าไม่ใช่เหมือนล่ะครับแต่ผมยอมรับว่าเกือบจะลอกเขามาด้วยซ้ำ - ฮา เสียดายว่าลอกได้ไม่เหมือนเป๊ะเพราะไม่ถึงกับกางลอก (ผมขี้เกียจน่ะ) ยังตะหงิดใจว่าผมอ่านหนังสือมาก็มากสำนวน ไฉนถึงมาลงล็อกที่สำนวนเพรียวลมได้ อาจเป็นเพราะว่าชื่นชอบอารมณ์ขัน สังเกตว่าถ้าอาว์เขียนงานซีเรียสนี่ผมจะไม่ค่อยถูกโฉลก ผมมันพวกป๊อบปลาแดกมากกว่า (ศัพท์บัญญัติใหม่ของธาตรี แปลว่า เสพง่ายย่อยง่าย)


พิสูจน์งานเขียนคอลัมน์ปัจจุบันของอาว์ได้จาก คอลัมน์สองนาที มติชนสุดสัปดาห์ และในนิตยสาร a day แล้วจะรู้ว่าในวัยริมฝั่งอาว์ก็ยังกล้าทดลองสไตล์ใหม่ๆเสมอ นั่นคือยังดำรงตนเป็นวัยรุ่นตลอดเวลา (แม้หลายคนจะยังไม่เข้าใจเหมือนเดิม)


รีบหยิบงานของอาว์ รงค์ มาอ่านโดยไม่ต้องรอให้ตายจากกัน

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เพิ่งซื้อเรื่องมาเฟียก้นซอยมา

แต่ติดว่ากำลังทำรายงานอยู่

ยังแบ่งเวลาม่ายล่ายเลยว่ะ

อ้อ.... เราซื้อมาพร้อมกับเรื่อง

"เรือเชื่องช้าสู่เมืองจีน"

ผลงานรวมเรื่องสั้น 7 เรื่องของ

"ฮารูกิ มูราคามิ"

เจ้าเก่าที่นายติดตามผลงานอยู่นั่นเอง

ว่าแต่........

ช่วงนี้ทำไมนายขยันอัพบล็อกบ่อยจังฟระ!!!!

***********
#1  by  Juninyá At 2007-09-06 18:32, 
ผมอ่านงานของอาว์มาตั้งแต่เด็กในฟ้าเมืองไทย ถ้าใครจำได้ อ่านแล้วก็มึนๆจริงๆ

อัพทุกวัน เราก็เข้ามาดูทุกวัน
#2  by  milfeulle (210.203.186.124) At 2007-09-06 21:22, 
จ้าตอนเช้ามืดดดดดดดด
มาชวนกันใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกลดวิกฤติโลกร้อน
หากลดการใช้ถุงพลาสติกลงจะสามารถลดการเกิดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 1 ล้านตันต่อปี หรือร้อยละ 2.3 ของก๊าซคาร์บอนฯ ที่เกิดขึ้นทั้งหมดใน กทม. นอกจากนี้ จะลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะได้ถึง 650 ล้านบาทต่อปี
ช่วยกัน เพื่อลูก เพื่อหลาน ในอนาคตนะจ๊ะ
#3  by  {:) จ้าวนายน้อย (:} At 2007-09-07 04:59, 
เราอ่านไม่ค่อยเข้าใจอ่ะ....ไม่รู้ว่าทำไมกำลังพยายามอยู่
#4  by  a - สุ - จิ -( ปุ - ริ) At 2007-09-07 21:34, 
ร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกับจ้าวนายน้อยครับ
คุณอสุจิ เริ่มจาก มาเฟียก้นซอย ดีกว่าครับ ป๊อบปลาแดกมากที่สุด หรือไม่ก็ ใต้ถุนป่าคอนกรีท
#5  by  ธาตรี At 2007-09-09 19:52, 

<< Home


ธาตรี ช่างเหล็ก
View full profile