เปรี้ยง! เหมือนฟ้าผ่ากลางใจสาวน้อยแสนบอบบาง
เมื่อรักบังตาแม่เธอจนยกทรัพย์สินทั้งหมดให้พ่อเลี้ยง หลังจากแม่ตายเธอจึงถูกเฉดหัวออกจากบ้านตนเองทันควัน และถ้าคลื่นระทมยังถาโถมไม่พอ ต่อมาความรักครั้งแรกของเธอกลับอับปาง ถูกผัวใจยักษ์ทิ้งลงดินก่อนระเห็จไปรับจ้างล้างจาน วันละ ๔๐-๕๐ บาทไม่พอกิน เลี้ยงลูกด้วยน้ำตาไปพลาง กัดฟันเรียนสารพัดช่างฯไปพลาง จนสำเร็จประกาศนียบัตรด้านซ่อมแซมเสื้อผ้า ราวพ.ศ. ๒๕๒๙ เธอบุกเบิกตั้งโต๊ะรับปะชุนหน้าวัดสะแก ตรงข้ามกับตลาดคุณปู่ทรวง ชีวิตหญิงสาวเริ่มดีขึ้น แต่ก็ดีขึ้นไม่นาน เพราะคู่แข่งเริ่มทยอยตามหลังเห็นเธอใกล้รวย
กองผ้าระเกะระกะ จักรเย็บผ้าแบบใช้เท้าเหยียบ เพิงชั่วคราวที่ดูรุงรัง ริน นรินทร์ สาว(เหลือ)น้อย ผมบลอนด์จากการย้อม, ผิวดำเป็นนิล (ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน เธอว่าอย่างนั้น) เปี่ยมมนุษย์สัมพันธ์ต่อลูกค้าแต่อริกับคู่แข่ง ผู้ประกอบอาชีพซ่อมผ้าหน้าวัดสะแกสิบกว่าโต๊ะจับกลุ่มเป็นสัดส่วน มีเพียงเธอที่แปลกแยก ไม่อยากนั่งติดชาวบ้าน เพราะบางคนเห็นแขกพี่มานั่งก็เอาโต๊ะเอาอะไรออก พี่ไม่ชอบ เลยแยกมานั่งเดี่ยวๆ
มะเขือยาวดุ้นใหญ่วางอยู่บนโต๊ะ แต่เธอหาแคร์สายตาใคร ผมเดาว่ารินชอบทำกับข้าว เปรี้ยวเข็ดฟันเกินวัย ๕๔ ความแก่ชราสะท้อนผ่านอาการบางอย่าง รินควบคุมมันยาก เธอขี้หงุดหงิด หลงลืม บ้างก็ฟุ้งซ่าน เรื่องรบกวนใจเธอคือ เข้าใจว่าคู่แข่งใช้คุณไสยกลั่นแกล้ง ทำให้ลูกค้าเมินและหนีหน้า
เวลาพี่เผลอ แผลบเดียวหันมามองหน้าร้านจะมีแป้งขาวๆโรยอยู่ บางทีก็ผงขี้เถ้าน่ะ แล้ววันนั้นทั้งวันจะไม่มีใครเข้าร้านพี่เลย สังเกตว่าทำเลที่เธอเลือกนั้นเป็นจุดที่รถโดยสารจะเข้าเทียบรับส่งผู้โดยสาร จึงไม่พ้นโดนบดบังเสมอ
สมัยก่อนจะตื่นมาตั้งโต๊ะตอนตีห้า แต่เดี๋ยวนี้สังขารไม่อำนวยจึงเปลี่ยนเป็นเก้าโมง จากบ้านเช่าในซอยตีเหล็กหลังโรงแรมโตเกียว ไปกลับต้องจ้างสามล้อช่วยขนวันละ ๑๒๐ ปกติเลิกงานสองทุ่ม แต่บางวันดึกดื่นค่อนคืนก็ยังเห็นพี่รินนอนเฝ้าจักรเย็บผ้า พี่ติดเงินค่าจ้างสามล้อค่ะ ต้องให้เขาวันละ ๑๒๐ ติดบ่อยๆเขาก็ไม่พอใจเอา
ต่อข้อสงสัยว่าปัจจุบันอาชีพเย็บผ้ามีรายได้ดีแค่ไหน ไม่อาจตัดสินจากกองผ้าท่วมเข่าแน่นอน คิดค่าซ่อมแผลละ ๒๐ บาทยังโดนต่อราคากระจุย ถ้าลูกค้าไม่มารับผ้าเธอก็จะไม่ได้เงินค่าจ้าง ตามประสาคนหาเช้ากินเช้า(ของอีกวันหนึ่ง) บางทีวูบหลับไปเพราะหิวข้าวจนเป็นลม เซ็ง หาเงินไม่ได้ ค่ารถไม่มี จะทำอย่างอื่นก็ไม่มีทุน
อะไรที่พอเย็บได้รับเย็บหมด ทั้งธงผืนใหญ่ ตาข่ายดักปลา ไปจนถึงกางเกงใน แต่รินทำช้า ลูกค้าเลยหนีไปร้านอื่นกันหมด และตลอดวันหนักทางนั่งคุยกับหลับเสียมาก แม้เธอไม่ได้ตั้งใจจะเป็นเจ้าหญิงนิทรา (เพราะคงไม่มีเจ้าชายองค์ไหนมาปลุก) กระนั้นสามวันก่อนหัวหน้าวินมอเตอร์ไซค์ฯกิ๊กเก่าของเธอ ก็จ้างแมงดาสวนรักมาสกรัมรินโทษฐานขอเงินแล้วยึกยัก
มันจับหัวพี่กระแทกๆๆกับฟุตบาท แล้วไอ้มอเตอร์ไซค์มันก็ยืนเหยียบอกพี่ .....เห็นพี่ดำคงนึกว่าจะทนมั้ง รินทำท่าประกอบวุ่นวายในเรื่องราวไม่ปกติด้วยน้ำเสียงปกติ ร่องรอยความรุนแรงแอบปรากฏบนใบหน้าเธอ หญิงร่างเล็กผ่านมรสุมชีวิตจนชาชิน เคยแจ้งความแต่ตำรวจไม่สน คงคิดว่าเป็นเหตุหยอกเอินธรรมดา
อาจเป็นเพราะพี่ชอบใส่ชุดอย่างนี้ ข้อสันนิษฐานถูกตั้งขึ้นตรงกลาง รินแต่งตัวจัดจ้านตามอย่าง สาวน้อยคาเฟ่ ละครทีวีเรื่องโปรดในอดีตที่เธอติดงอมแงม จอย ศิริลักษณ์ ฝากอิทธิพลกับชีวิตรินจนไม่เหมือนเดิม ใครเห็นเป็นต้องสะดุดตาและชวนให้เข้าใจตัวเธอผิดๆ บรรดาเสื้อผ้าสุดเฉี่ยวล้วนได้รับบริจาคมาจากคณะวงดนตรี หรือหางเครื่องในโคราชทั้งสิ้น
พี่ก็จะเอาเสื้อผ้า กระโปรงที่เขาให้มาแก้นิดหน่อย มีเยอะเลยที่บ้าน ใส่แต่ละวันไม่ซ้ำกัน เหมือนสาวสวนรักเหรอ? ...... ใครบอกว่าสาวสวนรักต้องแต่งตัวอย่างนี้
เขาว่ายังไงไม่สนใจ พี่คิดว่ามีลูกค้าประจำชอบท่าทาง ,เสื้อผ้าของพี่เหมือนกัน ถึงจะมีคนแกล้งยังไงก็เถอะ จะใจร้ายปฏิเสธสาวมั่นแห่งเมืองย่าได้ไหม ถ้าหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ พี่รินอาจช่วยได้
พี่อยากเย็บปากคนบางคน เธอตอกกลับ
|