
ผมมักโดนบ.ก.หนังสือพิมพ์โฟกัสโคราชทวงต้นฉบับเป็นประจำ แต่บรรจงซิกแซกไปเรื่อย (เบี้ยวได้ถ้ามีโอกาส) เหตุผลที่มอบให้คือ ไม่มีอารมณ์ เป็นคำตอบที่อ่านแล้วไม่เป็นมืออาชีพเลยใช่ไหมครับ แม้อารมณ์จะเป็นอาภรณ์ของใจ สามารถเลือกสวมใส่ตามสบาย เมื่อไม่เหมาะกับกาลเทศะก็ต้องเปลี่ยน มันเปลี่ยนไม่ยาก เราเลยเปลี่ยนวันละหลายชุด พอเปลี่ยนบ่อยครั้งเราเหนื่อยคนอื่นก็เหนื่อย ทุกคนรู้ครับ ถ้าควบคุมอารมณ์ได้ปัญหาจะไม่เกิด อย่างผมชอบทำอะไรตามใจ ตามอารมณ์เกินไป ชีวิตจึงติดหล่มตลอด (เล่าเรื่องส่วนตัวล้วนๆ มี อารมณ์ อ่านกันไหม?)
วิกฤติซึ่งกระทบต่อการสร้างงานของผมอย่างจัง นั่นคือคอมพิวเตอร์ที่ใช้ประจำบ้านเกิดสูญหาย(ขอไม่บอกถึงสาเหตุ เพราะอยากให้มันลึกลับ) ผมเป็นนักเขียนที่ถนัดงานหน้าแป้นพิมพ์ กระแทกนิ้วสร้างคำสะใจ รักพิมพ์มากกว่าเขียน ปากกาในมืออาจเขียนไปเรื่อยตามใจ สุดท้ายพบว่าอ่านแทบไม่รู้เรื่อง ต้องกลับมาเกลาด้วยเครื่องคอมฯอยู่ดี วันหนึ่งปลดอาวุธย่อมเหมือนแมงเม่าไร้ปีก รีบหาทางกลายเป็นปลวกโดยเร็ว
ชะตาคนฝืนมาก เดี๋ยวมันจะขาด หมอดูริมบาทวิถีหน้าลานย่าโมบรรยาย เขาจริงๆแล้วชื่อปริญญา อยากให้คนเรียกย่อว่า ปริญ แต่ผมกลับพอใจเรียกว่า ญา มากกว่า (ฮา) พี่ญาแต๊ะอั๋งมือซ้ายของผมโดยลูบแผ่วเบา
ซ้ายของเอ็งนอกจากจะเอาไว้เช็ดก้นแล้ว ยังดูพื้นฐานชีวิตได้ด้วย ผมผงกหัวเหมือนเต่าสู้ เขาหรี่ตาใช้เล็บลากเส้นบนฝ่ามือผมให้เห็น เส้นซีเมี่ยนลากยาวและคมชัดลึก สมองและหัวใจทำหน้าที่อย่างวิเศษ หมายความว่ามีจินตนาการไกลลิบ.....
แต่ให้ระวังเรื่องจิตใจตัวเองด้วย หมกมุ่นมากระวังจะเป็นบ้าไปเสียก่อน ผมหลุดหัวเราะ หมอดูหนุ่มยังกำชับแข็งขัน ถ้าตั้งใจซะอย่าง เอ็งทำอะไรก็สำเร็จ
ถ้าตั้งใจ ทำอะไรก็สำเร็จ ประโยคทองก้องในความรู้สึกผม เขาคงสัมผัสปัญหาของชายตรงหน้า และทำนองเดียวกัน พี่ต๊ะ พู่กันจีน ผู้เฝ้าศาลพระนารายณ์ก็เคยบอกไว้ คนเราไม่ได้ใช้อารมณ์เขียน แต่ใช้มือต่างหาก ถ้าบอยตั้งใจเขียนจริงๆนะ นั่งขี้อยู่ก็เขียนได้ ผมทำตาปริบๆ อยากลองแย๊บถามพี่ต๊ะว่าเคยแล้วเหรอ ก็กลัวโดนเตะ
ตั้งใจเพื่อกระทำการล้วนมีความหมาย - คุ้มค่าแน่นอน รู้ไหมครับ ผลแพ้ชนะ สำเร็จ/ล้มเหลว วัดกันที่ความคิดก่อนเป็นอันดับแรก แวบแรกของการคิดสู้หมายถึงชนะใจตนเอง คิดจึงทำก่อเกิดรูปธรรม ยังไม่ได้ลงมือยังไม่ได้ตั้งใจ อย่าด่วนยอมแพ้ เพราะความพ่ายแพ้ไม่น่ากลัวครับ แต่ความกลัวชนะต่างหากที่สยอง
เมื่อความขี้เกียจสุมไว้ถูกเผาทำลาย ปฏิบัติการสังหารเซลสมองพลันเริ่ม ผมต้องเขียนคอลัมน์ส่งตรงลงหนังสือพิมพ์ของเพื่อน เติมคำเติมความในช่องว่างความคิด ถมให้เต็ม ไม่รู้หรอกว่าอยากเขียนอะไร แต่ทุกครั้งตัวหนังสือจะพาผมไปหาสิ่งที่เล่าเสมอ เก็บขึ้นจากรายทาง ปัดฝุ่นจนสะอาดเรียบร้อยแล้วประคองตัวบนสัญชาติญาณไม่ให้แหกโค้งตายเสียก่อน ......หลังจากอดทนให้ตนปลื้มเสียนาน ผลงานก็สำเร็จเสร็จสิ้น
เดินผ่านหน้าร้านทองสามแยกตลาดแม่กิมเฮง แวะอุดหนุนฟืนมัดเล็กจากยายทอง ขอปล้องกลาง หญิงชราสู้ชีวิตวัย 81 ผู้ปรากฏตัวใน forward mail มีพรายกระซิบบอกผมว่ายายทองไม่ได้จนจริง แต่ไม่สนใจเพราะกล้าตัดสินเอง การขายฟืนมัดละบาทและมีคนซื้อบ้างไม่ซื้อบ้าง จะสร้างกำไรเป็นกอบเป็นกำสักแค่ไหน ก้มมองมัดฟืนในมือไม่รู้จะไปทำอะไรจึงส่งต่อให้กับกลุ่มเด็กๆที่กำลังดักปลาริมคูเมือง บางทีเด็กอาจเอาไปให้แม่เพื่อว่าฟืนได้ทำตัวสมฟืนเสียที การเดินทางของฟืนยายทองคงต้องจบลงเพียงเท่านี้
ตั้งใจช่วยเหลือยายทองก็ทำสำเร็จลุล่วง ผมยังคงเดินทางเข้าตัวเมืองเพื่อทำภารกิจเล็กจ้อย ผ่านตลาดแม่กิมเฮงเหมือนเดิม ไม่เห็นยายทองนั่งประจำตำแหน่งมาหลายวันแล้ว หวังว่าคงไม่มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับยาย