
ออทิสติกต้องการสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
โรคออทิสติก เป็นโรคเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการทางสมองทางสมองของผู้ป่วย ที่ช้ากว่าบุคคลปกติ ผู้ป่วยจะมีอาการราวกับว่าไม่รับรู้สิ่งเร้าหรือเรื่องราวภายนอกใดๆ และมักจะมีปัญหาในการใช้ชีวิตในสังคมปกติ
เมื่อครั้งยังอยู่ในวัยเยาว์ ผมก็มีอาการของโรคออทิสติกเช่นกัน โดยเรื่องราวดังกล่าวที่เรียบเรียงผ่านตัวอักษรเหล่านี้ ล้วนแต่ได้รับฟังมาจากคำบอกเล่าของแม่อีกทอดหนึ่ง
ภาพยนตร์เกาหลีเรื่อง Running Boy หรือในชื่อภาคภาษาไทยคือ ปาฏิหาริย์รักจากแม่ เนื้อเรื่องของภาพยนตร์จะกล่าวถึง โชวอน ผู้มีอาการออทิสติกตั้งแต่ในวัยเด็ก ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากเกียงชุกผู้เป็นแม่ โดยเกียงชุกได้พยายามทุกวิถีทางให้โชวอนสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนกับคนปกติในสังคม ทุ่มเททั้งการให้เวลาในการดูแลเอาใจใส่ และความรักแก่โชวอนมากกว่าปกติ เมื่อโชวอนเติบโตเป็นหนุ่ม ตัวเขาก็ยังมีอาการของโรคออทิสติกติดตัวอยู่ ใช้ชีวิตในสังคมปกติได้ไม่ดีนัก
แต่ทว่า... เกียงชุกกลับพบว่า โชวอนนั้นมีพรสวรรค์และชื่นชอบการวิ่งมากเป็นพิเศษ จึงได้สนับสนุนโดยการหาโค้ช ซึ่งเป็นอดีตนักวิ่งทีมชาติมาช่วยฝึกสอน และซ้อมวิ่งอย่างหนัก เพื่อส่งเขาเข้าร่วมการแข่งขันวิ่งมาราธอนกับคนปกติ
จากเนื้อเรื่องภาพยนตร์ดังกล่าว แม่ของผมเห็นว่า โชวอน ตัวละครเอกของเรื่องมีบุคลิกลักษณะคล้ายคลึงกันกับผมในวัยเด็กมากที่สุด ทั้งท่าทางการแสดงออก การเดินที่มักจะเอามือแนบกับลำตัว การแยกตัวออกไปอยู่คนเดียวเสมอ ไม่ยอมสบตากับผู้อื่น ไม่พูดหรือกล่าววาจาใดๆออกมาจนดูคล้ายกับอาการเป็นใบ้ ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองทางร่างกาย
อย่างเช่น การทดสอบโดยการใช้ค้อนท่อนเล็กๆ เคาะไปที่หัวเข่า คนปกติเมื่อถูกเคาะ ขาข้างนั้นจะยกขึ้นหรือกระตุกอัตโนมัติ แต่ผู้ป่วยโรคออทิสติกจะไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับว่าร่างกายร่างกายไร้ซึ่งความรู้สึก ตามคำบอกเล่าของแม่ ยังมีอีกอาการที่แย่ไปกว่านั้นแต่ไม่มีในภาพยนตร์ คือ ผมในช่วงเวลานั้นเข้าห้องน้ำเองไม่ได้ จนถึงขนาดต้องยืนอุจจาระราดในสถานที่ๆ ยืนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นหน้าบ้าน ในบ้าน หรือหน้าห้องน้ำก็ตาม รวมถึงไม่มีการติดต่อสื่อสารหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เรื่องนี้ผมไม่เคยเอ่ยถึงสาเหตุจากพฤติกรรมดังกล่าว
เมื่อมีอายุ 7 ขวบ ครอบครัวของผมได้ย้ายภูมิลำเนาจากกรุงเทพฯ มายังตำบลวะตะแบก อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ โดยเหตุผลหลักในการย้ายถิ่นฐานในครั้งนี้ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับตัวผมเองนี่แหละ ซึ่งสภาพแวดล้อมโดยรวมของท้องถิ่นดังกล่าวดีกว่าสังคมในตัวเมืองอย่างในกรุงเทพฯ ทั้งอากาศดี ปราศจากมลพิษ ผู้คนไม่พลุกพล่านเท่าใดนัก ไม่มีเสียงดังรบกวน ค่อนข้างเงียบสงบ รวมถึงผู้คนในท้องถิ่นมีอัธยาศัยดี มีน้ำใจ ไม่ถือสาในเรื่องที่ข้าพเจ้ามีอาการของโรคออทิสติก ซึ่งแม่คาดว่าอาจจะส่งผลให้ผมหายขาดจากอาการของโรคออทิสติกได้เร็วขึ้น
แต่อาการของโรคดังกล่าวก็ยังเหมือนเดิม อาจมีความคืบหน้าในเรื่องของการพูด จากที่ไม่เคยพูดอะไรเลย ก็พูดได้บ้าง แม้จะพูดในแบบคำพูดซ้ำๆ กัน การสื่อสารด้วยวาจากับคนรอบข้างก็ไม่ดีนัก อย่างคนมาพูดคุยเรื่องหนึ่ง แต่ผมกลับไปพูดเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
จากการย้ายถิ่นฐานของผู้ป่วยดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จะพบว่า สภาพแวดล้อมเองก็มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาของผู้ป่วยโรคออทิสติก ผู้ป่วยจะเริ่มปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม เห็นได้จากผู้ป่วยเริ่มมีการสื่อสารกับผู้คนรอบข้าง แม้จะยังไม่ดีนักก็ตาม แต่สิ่งสำคัญคือ ผู้ปกครองจะมีความกล้าหาญเพียงพอที่จะให้ผู้ป่วยออกมาเผชิญโลกภายนอกหรือไม่ ถ้ายังมีความอับอาย หรือความหวาดกลัวว่าผู้ป่วยจะสร้างปัญหายุ่งยากใจให้กับตนเองและคนรอบข้าง ผู้ป่วยโรคออทิสติกก็จะไม่มีพัฒนาการ ดังที่ผมได้เห็นตัวอย่างจากผู้ป่วยหลายรายที่ยังไม่หายขาดจากโรคออทิสติก แม้จะมีอายุมากขึ้นก็ตาม
นอกจากจะสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมแล้ว ความรู้สึกนึกคิดและการคิดหาเหตุผลของผู้ป่วยโรคออทิสติกได้พัฒนาขึ้นแม้จะยังไม่มากนัก ในช่วงที่มีการย้ายถิ่นผมจะเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราย้ายไปที่ไหนกัน และย้ายไปทำไม เมื่อย้ายมาถึงแล้ว สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปจากถิ่นที่จากมาและคุ้นเคย อีกทั้งยังมีความยากลำบากมากกว่าเดิม เพราะในสมัยนั้นไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง กว่าจะมีไฟฟ้าใช้ก็หลังจากนั้นราวๆ 1 สัปดาห์ต่อมา ผมก็จะตั้งคำถามอีกว่า ทำไมไม่มีไฟฟ้าใช้ ทำไมต้องย้ายมาให้ลำบากกว่าเดิม
สิ่งเหล่านี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นในการคิด วิเคราะห์ หาเหตุผลต่างๆ ทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับตนเองและสิ่งรอบตัว แม้จะเป็นเพียงการตั้งคำถามขึ้นในใจก็ตามที
อมฤกต์