2007/May/22

ออทิสติกต้องการสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

โรคออทิสติก เป็นโรคเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการทางสมองทางสมองของผู้ป่วย ที่ช้ากว่าบุคคลปกติ ผู้ป่วยจะมีอาการราวกับว่าไม่รับรู้สิ่งเร้าหรือเรื่องราวภายนอกใดๆ และมักจะมีปัญหาในการใช้ชีวิตในสังคมปกติ


เมื่อครั้งยังอยู่ในวัยเยาว์ ผมก็มีอาการของโรคออทิสติกเช่นกัน โดยเรื่องราวดังกล่าวที่เรียบเรียงผ่านตัวอักษรเหล่านี้ ล้วนแต่ได้รับฟังมาจากคำบอกเล่าของแม่อีกทอดหนึ่ง


ภาพยนตร์เกาหลีเรื่อง Running Boy หรือในชื่อภาคภาษาไทยคือ ปาฏิหาริย์รักจากแม่ เนื้อเรื่องของภาพยนตร์จะกล่าวถึง โชวอน ผู้มีอาการออทิสติกตั้งแต่ในวัยเด็ก ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากเกียงชุกผู้เป็นแม่ โดยเกียงชุกได้พยายามทุกวิถีทางให้โชวอนสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนกับคนปกติในสังคม ทุ่มเททั้งการให้เวลาในการดูแลเอาใจใส่ และความรักแก่โชวอนมากกว่าปกติ เมื่อโชวอนเติบโตเป็นหนุ่ม ตัวเขาก็ยังมีอาการของโรคออทิสติกติดตัวอยู่ ใช้ชีวิตในสังคมปกติได้ไม่ดีนัก


แต่ทว่า... เกียงชุกกลับพบว่า โชวอนนั้นมีพรสวรรค์และชื่นชอบการวิ่งมากเป็นพิเศษ จึงได้สนับสนุนโดยการหาโค้ช ซึ่งเป็นอดีตนักวิ่งทีมชาติมาช่วยฝึกสอน และซ้อมวิ่งอย่างหนัก เพื่อส่งเขาเข้าร่วมการแข่งขันวิ่งมาราธอนกับคนปกติ


จากเนื้อเรื่องภาพยนตร์ดังกล่าว แม่ของผมเห็นว่า โชวอน ตัวละครเอกของเรื่องมีบุคลิกลักษณะคล้ายคลึงกันกับผมในวัยเด็กมากที่สุด ทั้งท่าทางการแสดงออก การเดินที่มักจะเอามือแนบกับลำตัว การแยกตัวออกไปอยู่คนเดียวเสมอ ไม่ยอมสบตากับผู้อื่น ไม่พูดหรือกล่าววาจาใดๆออกมาจนดูคล้ายกับอาการเป็นใบ้ ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองทางร่างกาย

อย่างเช่น การทดสอบโดยการใช้ค้อนท่อนเล็กๆ เคาะไปที่หัวเข่า คนปกติเมื่อถูกเคาะ ขาข้างนั้นจะยกขึ้นหรือกระตุกอัตโนมัติ แต่ผู้ป่วยโรคออทิสติกจะไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับว่าร่างกายร่างกายไร้ซึ่งความรู้สึก ตามคำบอกเล่าของแม่ ยังมีอีกอาการที่แย่ไปกว่านั้นแต่ไม่มีในภาพยนตร์ คือ ผมในช่วงเวลานั้นเข้าห้องน้ำเองไม่ได้ จนถึงขนาดต้องยืนอุจจาระราดในสถานที่ๆ ยืนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นหน้าบ้าน ในบ้าน หรือหน้าห้องน้ำก็ตาม รวมถึงไม่มีการติดต่อสื่อสารหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เรื่องนี้ผมไม่เคยเอ่ยถึงสาเหตุจากพฤติกรรมดังกล่าว

เมื่อมีอายุ 7 ขวบ ครอบครัวของผมได้ย้ายภูมิลำเนาจากกรุงเทพฯ มายังตำบลวะตะแบก อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ โดยเหตุผลหลักในการย้ายถิ่นฐานในครั้งนี้ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับตัวผมเองนี่แหละ ซึ่งสภาพแวดล้อมโดยรวมของท้องถิ่นดังกล่าวดีกว่าสังคมในตัวเมืองอย่างในกรุงเทพฯ ทั้งอากาศดี ปราศจากมลพิษ ผู้คนไม่พลุกพล่านเท่าใดนัก ไม่มีเสียงดังรบกวน ค่อนข้างเงียบสงบ รวมถึงผู้คนในท้องถิ่นมีอัธยาศัยดี มีน้ำใจ ไม่ถือสาในเรื่องที่ข้าพเจ้ามีอาการของโรคออทิสติก ซึ่งแม่คาดว่าอาจจะส่งผลให้ผมหายขาดจากอาการของโรคออทิสติกได้เร็วขึ้น

แต่อาการของโรคดังกล่าวก็ยังเหมือนเดิม อาจมีความคืบหน้าในเรื่องของการพูด จากที่ไม่เคยพูดอะไรเลย ก็พูดได้บ้าง แม้จะพูดในแบบคำพูดซ้ำๆ กัน การสื่อสารด้วยวาจากับคนรอบข้างก็ไม่ดีนัก อย่างคนมาพูดคุยเรื่องหนึ่ง แต่ผมกลับไปพูดเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

จากการย้ายถิ่นฐานของผู้ป่วยดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จะพบว่า สภาพแวดล้อมเองก็มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาของผู้ป่วยโรคออทิสติก ผู้ป่วยจะเริ่มปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม เห็นได้จากผู้ป่วยเริ่มมีการสื่อสารกับผู้คนรอบข้าง แม้จะยังไม่ดีนักก็ตาม แต่สิ่งสำคัญคือ ผู้ปกครองจะมีความกล้าหาญเพียงพอที่จะให้ผู้ป่วยออกมาเผชิญโลกภายนอกหรือไม่ ถ้ายังมีความอับอาย หรือความหวาดกลัวว่าผู้ป่วยจะสร้างปัญหายุ่งยากใจให้กับตนเองและคนรอบข้าง ผู้ป่วยโรคออทิสติกก็จะไม่มีพัฒนาการ ดังที่ผมได้เห็นตัวอย่างจากผู้ป่วยหลายรายที่ยังไม่หายขาดจากโรคออทิสติก แม้จะมีอายุมากขึ้นก็ตาม


นอกจากจะสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมแล้ว ความรู้สึกนึกคิดและการคิดหาเหตุผลของผู้ป่วยโรคออทิสติกได้พัฒนาขึ้นแม้จะยังไม่มากนัก ในช่วงที่มีการย้ายถิ่นผมจะเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราย้ายไปที่ไหนกัน และย้ายไปทำไม เมื่อย้ายมาถึงแล้ว สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปจากถิ่นที่จากมาและคุ้นเคย อีกทั้งยังมีความยากลำบากมากกว่าเดิม เพราะในสมัยนั้นไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง กว่าจะมีไฟฟ้าใช้ก็หลังจากนั้นราวๆ 1 สัปดาห์ต่อมา ผมก็จะตั้งคำถามอีกว่า ทำไมไม่มีไฟฟ้าใช้ ทำไมต้องย้ายมาให้ลำบากกว่าเดิม

สิ่งเหล่านี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นในการคิด วิเคราะห์ หาเหตุผลต่างๆ ทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับตนเองและสิ่งรอบตัว แม้จะเป็นเพียงการตั้งคำถามขึ้นในใจก็ตามที

อมฤกต์

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ดันดาราครับ!!
เพื่อนสนิทผมเอง เลยชักชวนให้มาเขียนคอลัมน์ดู (ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพื โฟกัสโคราช ก่อน)

อ้อ เขาเป็นออทิสติกจริงๆนะ
#1  by  ธาตรี At 2007-05-22 15:58, 
เรื่องนี้แนนยังไม่ได้ดูเลยอ่ะพี่บอย
แต่เคยอ่านเจอว่า เป็นเรื่องของความรักของคนเป็นแม่ด้วยใช่ป่ะ...

ไว้จะหามาดู ชอบชอบ
#2  by  nand (203.144.153.189) At 2007-05-22 17:22, 
ผทรู้สึกว่าคนที่เป็นออทิสติก จะมีพรสวรรค์บางอย่างติดตัวมาด้วย การเข้าสังคมอาจจะมีปัญหา แต่ถ้าให้มุ่งมั่นในความสามารถเฉพาะตัวนั้น ยากที่คนปกติจะเทียบได้ อยู่ที่ว่าจะเอาความสามารถนั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ และปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร
#3  by   (203.113.56.74) At 2007-05-22 21:42, 
ลืมลงชื่ออีกแล้ว
#4  by  milfeulle (203.113.56.74) At 2007-05-22 21:43, 
พี่บอย ลิ้งค์นี้น่าจะมีประโยชน์กับพี่นะ
http://www.mathurada.com/compettitive.htm
#5  by  nand (203.144.153.144) At 2007-05-23 13:21, 
ชื่ออคอลัมน์นี้คือ " เมื่อผมเป็นออทิสติก" แบ่งออกเป็นตอนๆครับ
#6  by  ธาตรี At 2007-05-23 16:30, 
คนเกิดมาไร้จิตสำนึกสิ น่าสงสาร
#7  by   (203.148.249.112) At 2007-06-08 08:08, 
#8  by  1 (203.148.249.112) At 2007-06-08 08:46, 
เกิดมาเป็นอย่างไรไม่สําคัณที่สําคัณคือเป็นคนดีอย่าทําความเดือดร้อนไห้สังคม ยังดีกว่าคนที่สมบูณร์ทุกอย่าง แต่กลับทําความเดีอดร้อนไห้สังคมไม่มีที่สิ้นสุด( ออทิสติกมีทางหายได้จริงๆ)
#9  by  mInG (221.127.60.15) At 2007-06-22 10:48, 
รายได้ 1000-50000 ต่ออาทิตย์
ทำงาน Part time และ full time
ทำงานสบายๆ หน้าคอม ทำบนเน็ต เงินไม่พอ ทำงานหนักไปไหม มีเงินเก็บหรือป่าว ค่าใช้จ่ายมากกว่าเงินที่ได้รับ

งาน ลองอ่านดูก่อนนะครับ แล้วค่อยว่ากัน
หากคุณคิดว่า งานบนเน็ต ที่พวกคุณเห็นประกาศผ่านตา มาเยอะแยะ ที่มีข้อเสนอให้รายได้พวกคุณเยอะๆ
และพวกคุณคงคิดว่ามันเป็นแค่งาน ที่ไม่รู้ว่ามีตัวตนจริงหรือป่าว
จะมีที่ไหนที่จะให้เงินเยอะแยะขนาดนั้นได้ แล้วพวกเขาต้องการให้คุณทำอะไรให้กับเขา แล้วถึงจะได้เงินเยอะอย่างที่ประกาศไว้
"ผม" คนหนึ่งแหละครับที่ไม่ยอมเชื่อไร ง่ายๆ
แต่แล้ว เนื่องจากความที่ว่า อยากได้งานสบายๆ อยากได้เงิน บวกกับสภาพสังคมบ้านเราทำงานแทบตายได้เงินใช้ไม่พอค่าใช้จ่าย
และอยากรู้ว่าเขาทำงานกันอย่างไร ก็ลอง"เสี่ยง"ดู(ฟังดูแล้วมันน่ากลัวใช่ไหมครับ)ไม่ว่าอะไรก็ตามล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยงของมัน
แต่ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่น จึงลองดู สักครั้ง จึงรู้ว่ามันเป็นงานที่ได้จริงๆ ลงทุนนิดหน่อยได้ตอบแทนมาก็ไม่ใช้จะน้อยๆ และไม่ต้องไปเดินขายของ ไม่ต้องไปป่าวประกาศตามบ้านเรือน ไม่ต้องไปง้อคนมาซื้อของ ไม่ต้องไปตากแดดร้อนๆ ครับ
แล้วงานที่ว่านี้เค้าทำกันยังไงหรอ คงอยากจะรู้ใช่ไหมครับ เพียงคุณใช้เวลาวันละประมาณ 1-2 ช.ม ไว้ทำงาน เป็นงานประกาศโฆษณาเว็บ แล้วหาเพื่อนมาร่วมทำงานกับเรา
คุณคงคิดว่าแล้วจะหายังไง ชวนยังไง ถึงจะมีคนยอมมาทำกับเรา ถ้าเกิดว่าหาไม่ได้ล่ะ
เราก็ต้อง เสียเงินลงทุนป่าวๆ หรอ ผมก็เหมือนกับพวกคุณนั้นแหละครับ แต่เค้ามีระบบครับ ที่จะช่วยเราทำงาน รับรองได้เพื่อนชัว และต้องบวกกับความขยันที่จะทำงานของคุณด้วย ลองดูนะครับ
และมัน ก็ไม่ได้ลำบากลำบน อะไร ก็ทำมาเรื่อยๆ จนมันได้ตังจริงๆ ส่วน ค่าตอบแทน ของท่าน ก็ขึ้นอยู่กับท่าน เองว่าจะขยันมากเท่าไร แต่ ตอนแรกๆ ก็ประมาณ หลักพัน ขึ้นแน่นอน ในตอนแรก เพราะเราลงทุนน้อยแค่ หลักร้อย แต่เราได้ เป็นหลักพัน ขึ้นในไม่กี่วัน ถ้าเราตั้งใจทำ และ มันเป็นงานที่ ทำไม่ยาก
ถึงตอนนี้ ผมรู้แล้ว ว่า มันทำให้ผม มีเงินเก็บ และที่เค้าบอกว่า ได้เป็น หมื่น เป็น แสน นั้น
ก็ถูกของเขา แหละครับ แต่จะถึงระดับนั้นได้ เราก็ต้องมีเพื่อนเยอะๆ และพวกเขาก็ทำมานานแล้วนะครับ
เค้าไม่ได้หลอกเราหรอกครับ แต่เรามักจะคิดไปเอง ลองเข้าไปดู รายละเอียดตาม เว็บ นี้เลยครับ
http://www.webgetrich.net/?r=chattap%20pangtha

(http://www.dbd.go.th/edirectory/paper/?id=1840100138188
ส่วนเว็บนี้คือ สิ่งที่เราได้ยืนยันว่าได้จดทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว)

เมื่อเข้าไปแล้วก็ลองกรอก ข้อมูล ตามหัวข้อข้างล่าง ในนั้นดูนะครับ แล้วก็จะเข้าไปดูข้อมูลของเว็บ แล้วอ่านลายละเอียดตามนั้นครับ
Name:chattap pangtha (ดั้ม)
Call: 08-69207892
mail: dump_sasa@man.com
#10  by  cdm (61.19.163.140) At 2008-04-02 20:08, 

<< Home


ธาตรี ช่างเหล็ก
View full profile